คลังวิธีการ (Methods Library)
กรอบเหล่านี้ใช้กันในการเรียนการสอนและการให้คำปรึกษาธุรกิจ แอปนำมาใช้เป็นแนวทางที่ปรับได้ ไม่ใช่การรับรอง และเจ้าของกรอบไม่ได้รับรองแอปนี้
Double Diamond
Design Council (UK)
ช่วยตัดสินใจ: ควรเลือกโจทย์ไหน และพร้อมไปหาทางแก้แล้วหรือยัง
ตามกรอบต้นฉบับ
กระบวนการออกแบบ 4 ช่วง: Discover (สำรวจปัญหาให้กว้าง) → Define (นิยามปัญหาให้ชัด) → Develop (สร้างทางแก้หลายแบบ) → Deliver (ทดสอบและส่งมอบ) สลับระหว่างการคิดให้กว้างและการเลือกให้แคบ
แอปนี้นำมาปรับใช้อย่างไร
แอปนี้จับคู่แต่ละช่วงกับเครื่องมือ: ค้นหาโอกาส (Discover) วินิจฉัย (Define) ความแตกต่างของผู้ก่อตั้ง (Develop) และทดสอบสมมติฐาน (Deliver) พร้อมจุดทบทวนให้คุณยืนยันก่อนไปช่วงถัดไป
ใช้ในขั้น
ใช้ให้ได้ผล
- อย่ารีบเลือกทางแก้ก่อนสำรวจปัญหา
- สร้างอย่างน้อย 3 ทางเลือกที่ต่างกันจริง
- ย้อนกลับได้เมื่อผลทดสอบชี้ว่านิยามปัญหาผิด
สิ่งที่ไม่ได้พิสูจน์
ไม่ได้รับประกันว่าทางแก้จะได้ผลหรือมีตลาด เป็นเพียงโครงสร้างของกระบวนการคิด
Business Model Canvas
Strategyzer (Osterwalder & Pigneur)
ช่วยตัดสินใจ: แนวคิดนี้จะส่งคุณค่าให้ใคร หารายได้อย่างไร และต้องใช้อะไรบ้าง
ตามกรอบต้นฉบับ
ภาพรวมโมเดลธุรกิจ 9 ช่อง: กลุ่มลูกค้า คุณค่าที่นำเสนอ ช่องทาง ความสัมพันธ์กับลูกค้า รายได้ ทรัพยากรหลัก กิจกรรมหลัก พันธมิตรหลัก และโครงสร้างต้นทุน
แอปนี้นำมาปรับใช้อย่างไร
แอปนี้คงผัง 9 ช่องตามต้นฉบับ และเพิ่มชั้นวิเคราะห์เสริมเรื่องความเข้ากันระหว่างลูกค้ากับคุณค่า (ด้านประโยชน์ใช้สอย ด้านความรู้สึก ด้านสังคม) พร้อมสถานะหลักฐานของแต่ละข้อ — ชั้นนี้ไม่ใช่ช่องที่ 10 และไม่ใช่มาตรวัดที่ผ่านการตรวจสอบ
ใช้ในขั้น
ใช้ให้ได้ผล
- เขียนแต่ละช่องเป็นสมมติฐานที่ทดสอบได้
- ระบุว่าช่องไหนมีหลักฐานแล้ว ช่องไหนยังเดา
สิ่งที่ไม่ได้พิสูจน์
Canvas ที่กรอกครบไม่ได้แปลว่าธุรกิจอยู่รอด ตัวเลขรายได้และต้นทุนต้องมาจากข้อมูลจริง
Test Card & Learning Card (Testing Business Ideas)
Strategyzer
ช่วยตัดสินใจ: ควรทำต่อ ปรับ หรือหยุด ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก่อนเห็นผล
ตามกรอบต้นฉบับ
Test Card: เราเชื่อว่า… → จะทดสอบโดย… → จะวัด… → ถือว่าถูกถ้า… (กำหนดล่วงหน้า) · Learning Card: สิ่งที่สังเกต → สิ่งที่เรียนรู้ → การตัดสินใจ
แอปนี้นำมาปรับใช้อย่างไร
แอปนี้เพิ่มช่องผลที่จะแสดงว่าสมมติฐานผิด ความเป็นส่วนตัว ความเสี่ยง และชื่อผู้ทบทวนพร้อมวันที่ และให้อนุมัติแบบการทดสอบก่อนเริ่มเก็บผล
ใช้ในขั้น
ใช้ให้ได้ผล
- เขียนว่าผลแบบใดจะแสดงว่าสมมติฐานผิด
- กำหนดเกณฑ์ก่อนเห็นผล
- บันทึกข้อจำกัดและขนาดตัวอย่าง
สิ่งที่ไม่ได้พิสูจน์
การทดสอบเล็กครั้งเดียวไม่พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผลหรือผลในระยะยาว
Oslo Manual 2018 (4th edition)
OECD/Eurostat
ช่วยตัดสินใจ: สิ่งที่เปลี่ยนเป็นนวัตกรรมประเภทใด และควรวัดผลด้วยนิยามและช่วงเวลาแบบไหน
ตามกรอบต้นฉบับ
แนวทางสากลในการเก็บ รายงาน และใช้ข้อมูลนวัตกรรม เช่น นิยามนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมกระบวนการทางธุรกิจ
แอปนี้นำมาปรับใช้อย่างไร
แอปนี้ยืมแนวคิดเรื่องนิยามที่ชัดและช่วงเวลาวัดที่ระบุไว้ มาใช้กับตัวชี้วัดของธุรกิจเดียว ไม่ได้เป็นการสำรวจนวัตกรรมตามมาตรฐานของคู่มือ
ใช้ให้ได้ผล
- ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นนวัตกรรมประเภทใด (ผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการ)
- ใช้นิยามและช่วงเวลาที่ชัดเจนเมื่อวัด
สิ่งที่ไม่ได้พิสูจน์
เป็นคู่มือสถิติระดับประเทศและองค์กร การนำแนวคิดมาใช้ในแอปนี้ไม่ใช่การสำรวจตามมาตรฐาน Oslo
NIST AI Risk Management Framework (AI RMF 1.0)
U.S. National Institute of Standards and Technology
ช่วยตัดสินใจ: AI ควรทำอะไร คนต้องตรวจตรงไหน และความเสี่ยงด้านข้อมูลอยู่ที่ใด
ตามกรอบต้นฉบับ
กรอบจัดการความเสี่ยงของ AI 4 หน้าที่หลัก: Govern (กำกับดูแล) · Map (ระบุบริบทและความเสี่ยง) · Measure (วัด) · Manage (จัดการ)
แอปนี้นำมาปรับใช้อย่างไร
แอปนี้ใช้แนวคิดนี้ในจุดทบทวน 5 จุดที่ต้องมีชื่อผู้ทบทวนและเหตุผล การขอความยินยอมก่อนส่งข้อมูลให้ AI และการให้ข้อเสนอของ AI เป็นร่างจนกว่าคุณอนุมัติ
ใช้ในขั้น
ใช้ให้ได้ผล
- ระบุว่า AI ทำอะไร และคนตรวจตรงไหน
- บันทึกความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและข้อมูลผิด
สิ่งที่ไม่ได้พิสูจน์
การใช้แนวคิดนี้ไม่ได้ทำให้ระบบได้รับการรับรองหรือปลอดภัยโดยอัตโนมัติ
เช็กลิสต์ก่อนเชื่อผลลัพธ์ของคุณ
- ข้อสรุปสำคัญมีหลักฐานใน Evidence Register พร้อมแหล่งที่มาและวันที่หรือไม่
- ได้ลองคิดอย่างน้อย 3 ทางเลือกที่แตกต่างกันจริง รวมถึงทางที่ไม่ใช้ AI หรือไม่ (จุดตรวจความคิดสร้างสรรค์)
- เกณฑ์ตัดสินใจของการทดสอบเขียนไว้ก่อนเห็นผลหรือไม่
- มีมนุษย์ทบทวนและลงชื่อในจุดทบทวนที่เกี่ยวข้องหรือไม่
- ได้เขียนข้อจำกัดและปัจจัยแทรกซ้อนก่อนสรุปผลหรือไม่
